วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คู่มือการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้




คู่มือการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้

หลักการและเหตุผล
การจัดกิจกรรมโดยใช้รูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้ เป็นการจัดกิจกรรมที่มีลักษณะ
สำคัญตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 ที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
ส่งเสริมการพัฒนาความสามารถของผู้เรียนทุกด้าน โดยคำนึงถึงศักยภาพของผู้เรียนที่มีความ
แตกต่างกันการจัดการเรียนการสอนเน้นความหลากหลาย บูรณาการกิจกรรมตามตารางประจำวัน
สาระการเรียนรู้และประสบการณ์สำคัญจากหลักสูตรปฐมวัย ตามขั้นตอนตามรูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้ ที่ผู้วิจัยนำมาพัฒนาการเรียนรู้ตามสภาพจริงโดยการให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีชีวิตชีวา (Active Learning) ผ่านการปฏิบัติจริง (Hands-on) การสังเกตสำรวจ การค้นคว้า ทดลอง การแก้ปัญหาโดยใช้เหตุผล โดยส่งเสริมให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยน
ประสบการณ์การเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นในกลุ่มย่อย มีการวิเคราะห์ประสบการณ์การเรียนรู้ การสรุปและสร้างองค์ความรู้ และการนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง นอกจากนี้ยังบูรณาการความรู้และทักษะควบคู่ไปพร้อมๆ กันกับคุณธรรม จริยธรรม เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จาก
ประสบการณ์ตรง ตามความสนใจ และความถนัดของตนเอง เน้นทักษะกระบวนการในการคิด รู้จัก
การใช้เหตุผลมาช่วยในการคิดตัดสินใจ อีกทั้งยังสามารถสร้างความรู้ใหม่ด้วยตนเองและสามารถคิดสร้างสรรค์ผลงานต่าง ๆ ออกมาจากจินตนาการ แนวความคิดประสบการณ์ของตน และช่วยสร้างความสามารถในการคิดเป็นระบบ มีเหตุผล และนำไปใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพทั้งนี้จะช่วยครูให้เข้าใจถึงความสามารถหรือปัญญาด้านต่างๆ ของผู้เรียนทั้งในทางเด่นและในทางด้อย ซึ่งสามารถพัฒนาปัญญาแต่ละด้านให้สูงขึ้นได้กิจกรรมต่างๆ ที่จัดขึ้นอย่างหลากหลาย จะกระตุ้นให้เด็กฝึกคิดอย่างมีเหตุผล กระตือรือร้นในการตัดสินใจ และนำไปแก้ไขปัญหามากขึ้น ซึ่งสามารถเรียนรู้ทักษะกระบวนการคิดของตนเองและเป็นผู้เรียนรู้ตลอดชีวิตต่อไปในที่สุด

จุดประสงค์

เพื่อให้เด็กได้พัฒนาความสามารถทางพหุปัญญาโดยผ่านการจัดประสบการณ์บูรณการ
ตามรูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้



เนื้อหา
ใช้เนื้อหาในสาระที่ 4 สิ่งแวดล้อมรอบตัว      หน่วยการเรียนรู้    ลดปริมาณขยะ-ลดภาวะโลกร้อน ตามแนวพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ชั้นปฐมวัยปีที่  2

แนวคิดสำคัญ
                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสให้พสกนิกรชาวไทยร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน โดยการใช้ทรัพยากรอย่างมีเหตุผล และใช้อย่างคุ้มค่า  เพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดปริมาณขยะ และคัดแยกขยะก่อนนำไปทิ้ง

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง (Learning Outcome)
                นักเรียนปฏิบัติตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องการลดขยะมูลฝอยและการแยกขยะ ทั้งนี้เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม เพื่อลดภาวะโลกร้อนที่เป็นปัญหาต่อโลกของเราที่ทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการแก้ไข

ความคิดรวบยอด (Main Concept)
                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสให้พสกนิกรไทยร่วมมือร่วมใจกันแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน โดยการใช้ทรัพยากรอย่างมีเหตุผล และใช้อย่างคุ้มค่าเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดปริมาณขยะ และคัดแยกขยะก่อนนำไปทิ้ง

สาระการเรียนรู้
1.               พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม ความหมายของขยะมูลฝอย
2.             ปัญหาภาวะโลกร้อน
3.             ปัญหาขยะมูลฝอยที่มีต่อภาวะโลกร้อน
4.             การคัดแยกขยะ
5.             กิจกรรม 3R (Reuse Reduce Recycle) เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน
6.             กิจกรรม โลกสวยด้วยมือของเรา



แผนการจัดประสบการณ์

แผนการจัดประสบการณ์
หน่วยการเรียน
เวลา
1
พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องปัญหาสิ่งแวดล้อม
2 ชั่วโมง
2
ทัศนศึกษาแหล่งเก็บขยะมูลฝอยของชุมชน
2 ชั่วโมง
3
ความหมายของขยะมูลฝอย
2 ชั่วโมง
4
ภาวะโลกร้อน
2 ชั่วโมง
5
ปัญหาขยะมูลฝอยที่มีผลต่อปัญหาภาวะโลกร้อน
2 ชั่วโมง
6
สำรวจขยะในโรงเรียน
2 ชั่วโมง
7
การแยกขยะ
2 ชั่วโมง
8
การทำขยะหอม
2 ชั่วโมง
9
กิจกรรม 3R  Reduce
2 ชั่วโมง
10
กิจกรรม 3R Reuse
2 ชั่วโมง
11
กิจกรรม3R  Reuse (ครั้งที่ 2)
2 ชั่วโมง
12
กิจกรรม3R  Recycle
2 ชั่วโมง
13
โลกสวยด้วยมือเรา
2 ชั่วโมง
14
จัดแสดงนิทรรศการลดปริมาณขยะลดภาวะโลกร้อน
2 ชั่วโมง
15
สรุปงานการจัด นิทรรศการ          
2 ชั่วโมง

หลักการจัดกิจกรรม

1. กิจกรรมนี้จัดในช่วงกิจกรรมเสริมประสบการณ์
2. การปฏิบัติกิจกรรมดำเนินตามลำดับขั้นตอนดังนี้
      2.1 ขั้นผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยตนเองอย่างมีชีวิตชีวา  (Active  Learning : A) หมายถึง  การจัดประสบการณ์ที่ให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติกิจกรรมการเรียนรูด้วยตนเอง  โดยการทดลอง  ค้นคว้า  ปฏิบัติจริง  ซึ่งเน้นการเรียนรู้ตามสภาพจริง
      2.2  ขั้นผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มร่วมกับผู้อื่น  (Cooperation  :  C)  หมายถึง  การให้ผู้เรียนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นโดยการที่ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเล่น  การทำงาน  และการเรียนรู้ร่วมกับผู้อื่นหรือจากการทำงานกลุ่ม 
      2.3   ขั้นผู้เรียนวิเคราะห์กิจกรรมการเรียนรู้  (Analysis  :  A)  หมายถึง  การให้ผู้เรียนได้มีโอกาสวิเคราะห์ความรู้สึก  ประสบการณ์ของตนเองขณะที่เรียนว่าทำอะไร  กับใคร  ที่ไหน  และเกิดความรู้สึกอย่างไร 
      2.4  ขั้นผู้เรียนสามารถสรุปกิจกรรมและการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง  (Constructivism  :  C)  หมายถึง  การให้ผู้เรียนสรุปสิ่งที่เรียนรู้ที่เกิดขึ้นได้ด้วยตนเอง  หรือที่เรียกว่าผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง  จะทำให้การเรียนรู้นั้นมีความหมายสำหรับผู้เรียนมากกว่าการเรียนรู้ด้วยการท่องจำจากตำรา  หรือทำแบบฝึกหัดแต่เพียงอย่างเดียว  
      2.5  ขั้นผู้เรียนสามารถนำสิ่งที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีความหมาย  (Application  : A)  หมายถึง  การที่ผู้เรียนสามารถนำสิ่งที่เรียนรู้นั้นไปประยุกต์ใช้กับการแก้ปัญญาหรือกับสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง

สื่อการเรียนรู้

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ตามรูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนมี
ปฏิสัมพันธ์กับสื่อการเรียนรู้โดยตรงด้วยตนเอง ฉะนั้นต้องมีการจัดสภาพแวดล้อมและการจัดหาสื่อการเรียนรู้ที่เอื้อต่อการลงมือปฏิบัติกิจกรรมอย่างเหมาะสม กับหน่วยการเรียนรู้และสอดคล้องกับวัฒนธรรม สภาพแวดล้อมในท้องถิ่นของผู้เรียน โดยครูควรพัฒนาสภาพแวดล้อม และการใช้สื่อการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับบริบทของสังคมไทย

แนวการประเมินผล

1. ประเมินตามสภาพที่แท้จริงให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมของผู้เรียน
2. ประเมินด้วยการสังเกตด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถทางพหุปัญญา โดยให้การประเมินด้วยแบบสังเกตพฤติกรรมเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินความสามารถทางพหุปัญญา



บรรณานุกรม

กรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ. (2546). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546. กรุงเทพฯ
: กระทรวงศึกษาธิการ.
กระทรวงศึกษาธิการ (2545).  พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542, และที่แก้ไขเพิ่มเติม
(ฉบับที่ 2)  พ.ศ.2545 พร้อมกฎกระทรวงที่เกี่ยวข้องและพระราชบัญญัติการศึกษา
ภาคบังคับ พ.ศ.2545.  กรุงเทพฯ : องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์
เยาวพา  เดชะคุปต์. (2528). กิจกรรมสำหรับเด็กก่อนวัยเรียน.  กรุงเทพฯ : ภาควิชาหลักสูตร
และการสอนคณะศึกษาศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร.
_____ . (2536).  ความสามารถทางสติปัญญากับความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน
ชั้นเด็กเล็กโรงเรียนสาธิต  มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ  ประสานมิตร. 
ภาควิชาหลักสูตร  คณะศึกษาศาสตร์,  กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ. 
_____. (2541). Mutiple Intelligeences”  เอกสารในการอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง ทักษะการคิด
และรูปแบบการเรียนรู้  (Think Skill & Learning Style) ณ ห้องประชุมตึกชาญอิสระระหว่างวันที่ 6 8 กุมภาพันธ์  2541. กรุงเทพฯ .
_____. (2542).  การพัฒนาปัญญาหลายด้าน หรือการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย  วารสาร
การศึกษาปฐมวัย.  ปีที่ 3  ฉบับที่ 1 : กรุงเทพฯ
_____. (2542).  การจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย.  กรุงเทพฯ : แม็ค.
_____. (2542).  การศึกษาปฐมวัย.  กรุงเทพฯ : แม็ค.
_____. (2544).  การพัฒนาพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัย.  เอกสารในการอบรมเชิง
ปฏิบัติการ เรื่อง พหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก  ณ  หอประชุมใหญ่สำนักงานประถมศึกษา  จังหวัดฉะเชิงเทรา  ระหว่างวันที่ 25 27 ตุลาคม 2544. : สำนักงานประถมศึกษา  จังหวัดฉะเชิงเทรา .


การจัดกิจกรรมบูรณาการพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความสามารถทางพหุปัญญา ของนักเรียนชั้นปฐมวัยปีที่ 2


ชื่อนวัตกรรม       รายงานผลการจัดประสบการณ์แบบบูรณาการตามรูปแบบพหุปัญญา
เพื่อการเรียนรู้ ของนักเรียนชั้นปฐมวัยปีที่  2 
ชื่อผู้ศึกษา             นางสาวอรุณวรรณ  ยืนยาว
                              ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะ ครูชำนาญการ
                              โรงเรียนเทศบาลบ้านหนองตาโผ่นมิตรภาพที่ ๕ 
กองการศึกษา  เทศบาลเมืองวารินชำราบ 
ปีที่ทำการศึกษา   ปีการศึกษา  2555

บทคัดย่อ

การศึกษาในครั้งนี้  ใช้รูปแบบของการวิจัยเชิงทดลอง  (Experimental Research)  โดยทำ
การทดลองหนึ่งครั้งกับกลุ่มเป้าหมาย  (One - Group  Pretest - Posttest  Design)  มีวัตถุประสงค์
1)  เพื่อศึกษาความสามารถทางพหุปัญญาของเด็กปฐมวัย  โดยการจัดประสบการณ์บูรณาการตามรูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้  ระดับชั้นปฐมวัยปีที่  2  2)  เพื่อเปรียบเทียบความสามารถทาง
พหุปัญญาของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดประสบการณ์บูรณาการตามรูปแบบพหุปัญญา
เพื่อการเรียนรู้  ระดับชั้นปฐมวัยปีที่  2  กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้  เป็นนักเรียนชายหญิง  ที่กำลังศึกษาอยู่ชั้นปฐมวัยปีที่  2  จำนวน  28  คน  อายุระหว่าง  4 5  ปี  ภาคเรียนที่  2  ปีการศึกษา  2555  ของโรงเรียนเทศบาลบ้านหนองตาโผ่นมิตรภาพที่ ๕  สังกัดกองการศึกษา  เทศบาลเมือง
วารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง  เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ (1)  แผนการจัดประสบการณ์บูรณาการตามรูปแบบพหุปัญญาเพื่อการเรียนรู้  จำนวน  15  แผน  (2)  แบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถทางพหุปัญญาทั้ง  8  ด้าน การวิเคราะห์ข้อมูล  สถิติที่ใช้  คือ  ค่าเฉลี่ย   (และ  ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (S.D.)   การหาค่าความเชื่อมั่นของแบบสังเกตพฤติกรรมความสามารถทางพหุปัญญา ทั้งฉบับโดยใช้สูตร  KR 20

ผลการศึกษา  พบว่า
1.  ความสามารถทางพหุปัญญาทั้ง  8  ด้าน นักเรียนชั้นปฐมวัยปีที่  2  มี ค่าเฉลี่ยของคะแนนความสามารถทางพหุปัญญามีค่าเท่ากับ   46.50
2  ความสามารถทางพหุปัญญาของนักเรียนชั้นปฐมวัยปีที่  2 ทั้ง  8  ด้าน ก่อนและหลัง
การทดลองมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05